
HID (High Intensity Discharge) หรือหลอดซีนอน คือเทคโนโลยีไฟส่องสว่างที่ต่างไปจากระบบฮาโลเจนปกติ แสงของหลอดฮาโลเจนจะเกิดจากการเปล่งแสงของขดลวดความต้านทาน ขณะที่แสงของ HID
จะเกิดจากการปล่อยกระแสไฟฟ้าให้วิ่งผ่านก๊าซซีนอน คล้ายกับการทำงานของหลอดนีออนฟลูออเรสเซนต์การสปาร์คครั้งแรกจะใช้แรงดันไฟสูงถึง 25,000 โวลต์ ก่อนจะลดระดับลงมาเป็นไฟเลี้ยงที่ 35 วัตต์ 12 โวลต์

- กินไฟต่ำกว่าฮาโลเจน 3 เท่า (HID = 35 วัตต์, ฮาโลเจน = 55-100 วัตต์)
- สว่างกว่าฮาโลเจน 4 เท่า (HID = 2400-3200 ลูเมนส์, ฮาโลเจน = 800-1700 ลูเมนส์)
- มีความเข้มของแสงสูงกว่าฮาโลเจน 10 เท่า
(HID = 202,500 แรงเทียน, ฮาโลเจน = 21,000 แรงเทียน)
- Eอายุใช้งานนานกว่าฮาโลเจน 6 เท่า (HID = 2,500 ชั่วโมง, ฮาโลเจน = 400 ชั่วโมง)
- มีอินฟราเรดและอุลตร้าไวโอเลตต่ำกว่าฮาโลเจน ทั้งนี้อินฟราเรดและอุลตร้าไวโอเลตคือต้นเหตุที่ทำให้เกิดอาการล้าทางสายตา ทั้งของผู้ขับขี่เองและผู้ร่วมทาง
- อุณหภูมิสีของ HID เป็นระดับที่ใกล้เคียงแสงธรรมชาติมากที่สุด และทำให้เห็นภาพวัตถุได้ชัดเจนที่สุด
- แสงของ HID จะไปได้ไกลกว่า กว้างกว่า และมีแพ็ตเทิร์นของแสงที่ชัดเจนกว่า

ออสแรม (Osram) คือหนึ่งในผู้ผลิตหลอดไฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ผลิต HID ส่งให้กับผู้ผลิตรถยนต์ทั้งค่ายยุโรปและค่ายญี่ปุ่น โดย HID Kit ของออสแรมจะมีอายุการใช้งานอยู่ระหว่าง 2,000-2,500 ชั่วโมง ซึ่งทางออสแรมไม่มีการผลิตหลอด HID ที่มีอุณหภูมิสีเกิน 6000K
ดังนั้นหากพบชุดคิตที่มีอุณหภูมิสีสูงเกิน 6000K และบอกว่าเป็นออสแรมทั้งชุดแล้ว ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของปลอม โดยส่วนมากทางผู้ขายจะแอบอ้างว่าเป็นของแท้ โดยการใช้ชิ้นส่วนหรืออุปกรณ์บางส่วนที่เป็นของแท้เท่านั้น และอุปกรณ์สำคัญอื่นๆเช่นบัลลาสหรือหลอดเป็นของปลอม

| IC |
Order code |
Nominal voltage (V) |
Power (W) |
Luminous flux (lm) |
Color Temperature (K) |
Base |
| AA319720055 |
DH1 6000K HID KIT 35W 12V 4X1 OSRAM |
12 |
35 |
2800 |
6000 |
P14.5s |
| AA319670055 |
DH4 6000K HID KIT 35W 12V 4X1 OSRAM |
12 |
35 |
2800 |
6000 |
P43t |
| AA319690055 |
DH7 6000K HID KIT 35W 12V 4X1 OSRAM |
12 |
35 |
2800 |
6000 |
PX26d |
| AA319710055 |
DHB4 6000K HID KIT 35W 12V 4X1 OSRAM |
12 |
35 |
2800 |
6000 |
P22d |
| AA321960055 |
DH11 6000K HID KIT 35W 12V 4X1 OSRAM |
12 |
35 |
2800 |
6000 |
PGJ19-2 |
|