MENU
เกี่ยวกับออสแรม
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับค่า K
รายละเอียดรุ่นรถยนต์
ตัวแทนจำหน่าย
Webboard
ตัวอย่างการติดตั้ง
PRODUCT
หลอดไฟสำหรับรถยนต์
หลอดไฟสำหรับรถจักรยานยนต์
DOWNLOAD
NEWS LETTER

ลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสาร




RELATED PRODUCT




 width=



















กลับสู่ด้านบน

ข้อเท็จจริงกี่ยวกับค่า K

About Colour Temperatures



ปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายที่ผลิตชุด HID 7000K, 8000K ไปจนถึง 12000K หรือเกินกว่านั้น หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าหลอดซีนอน 7000K - 12000K สว่างกว่า, คุ้มกว่า และประสิทธิภาพสูงกว่าหลอดที่มีค่า K ต่ำกว่า ความจริงคือ อุณหภูมิสี (เคลวิน; K) จะแปรผันกับความสว่าง (ลูเมนส์; lm) นัยหนึ่งคือถ้าค่า K สูงขึ้น ความสว่างจะน้อยลง

ตัวอย่างเช่น หลอด OEM 4100K ที่ 12.8 โวลต์จะให้ความสว่างที่ 3,200 ลูเมนส์ ส่วนหลอด 5800K ที่ 12.8 โวลต์จะให้ความสว่างที่ 2,400 ลูเมนส์ ขณะที่หลอดฮาโลเจนโดยทั่วไปจะให้ความสว่างที่ 800 ลูเมนส์เท่านั้น

นอกจากนั้น ค่า K (อุณหภูมิสี) ที่สูง หรือแสงโทนฟ้าเข้ม ก็ยังมีแนวโน้มที่จะฟุ้ง (Glare) เข้าตาผู้ร่วมทาง และทำให้เกิดอาการล้าทางสายตาได้ง่ายกว่าด้วย สำหรับรถยุโรป เช่น Benz, BMW และ Audi ถ้ามองผ่านๆจะเห็นว่าไฟหน้า HID ของรถทั้ง 3 ยี่ห้อเป็นสีฟ้าอมม่วง ทั้งๆที่ความจริงแล้วทั้งหมดใช้หลอดที่มีอุณหภูมิสีเพียง 4100K เท่านั้น แต่ที่ได้สีออกมาเป็นน้ำเงินเข้มนั่นเป็นผลจากส่วนประกอบต่างๆในโคมไฟหน้า ไม่ว่าจะเป็นตัวโปรเจกเตอร์ เลนส์ โคมสะท้อนแสง หรือแผ่นชิลด์ ที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เช่นเดียวกับแก้วปริซึม ซึ่งต่างจากการใช้หลอดที่มีสีน้ำเงินหรือม่วง




การใช้ HID สีน้ำเงินหรือม่วงไม่เพียงแค่ทำให้สมรรถนะของระบบไฟหน้าลดลงเท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายกับผู้ร่วมทางด้วย โดยเฉพาะผู้ที่ขับรถสวนมา เพราะแสงสีน้ำเงินเป็นแสงที่มีการกระจายตัวสูง บุคลิกของมันจึงชอบแพร่กระจายออกไปทางด้านข้างมากกว่าจะพุ่งตรงไปข้างหน้า ผลก็คือเกิดการฟุ้งของแสงออกนอกแพ็ตเทิร์นที่ทางผู้ผลิตรถยนต์ได้ออกแบบไว้และยอนเข้าตาของผู้ที่ขับรถสวนทางมา ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุรุนแรงได้

  แสงสีน้ำเงินยังทำให้ทุกอย่างบนถนนเป็นสีน้ำเงินตามไปด้วย แถมความสว่างก็อยู่ในระดับต่ำ ทำให้ต้องเพ่งและใช้สายตามากกว่าปกติ นัยหนึ่งคือสายตาจะล้าเร็วและง่ายกว่า เทียบกับแสงจากหลอดฮาโลเจน  ด้วยเหตุนี้ ทหารจึงกำหนดให้ใช้แสงสีแดงในการส่องดูแผนที่หรือตารางต่างๆในตอนกลางคืนมากกว่าจะใช้แสงสีอื่น เพราะแสงสีแดงจะตรงกันข้ามกับแสงสีน้ำเงิน ไม่เบิร์นสายตา ทำให้ไม่ต้องปรับสายตามากนักเวลาที่อ่านแผนที่เสร็จแล้วกลับไปมองผ่านความมืดอีกครั้ง ตรงกันข้ามกับแสงสีน้ำเงินที่จะทำให้ตาคุณบอดหรือมองไม่เห็นสิ่งต่างๆไปชั่วขณะหนึ่ง

*** นี่คือสาเหตุที่หลังการติดตั้งชุด HID ที่มีค่า K สูงมาแล้วมีปัญหาฝนตกมองไม่เห็นบ้าง มองทางลาดยางมะตอยไม่เห็นบ้าง แสงฟุ้งกระจาย ถึงแม้จะมีบังหลอดแล้วก็ตาม